CREDO Maze โปแลนด์ จับมือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมโครงงานรังสีคอสมิก พร้อมมอบเกียรติบัตรนักเรียนรุ่นสำเร็จกิจกรรมไปแล้ว

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์ ดร.ทาเดอุซ วิบิก นักวิทยาศาสตร์จาก Cosmic-Ray Extremely Distributed Observatory (CREDO Maze) Project ประเทศโปแลนด์ ได้เดินทางมายังมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อนำเครื่องวัดรังสีคอสมิกมามอบให้แก่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ศึกษา สาขาวิชาฟิสิกส์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 เครื่อง พร้อมให้ความรู้ในการใช้เครื่องมือ ภายใต้บันทึกความร่วมมือ (MoU) ระหว่างสองสถาบัน

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร.วิบิก ยังได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านฟิสิกส์รังสีคอสมิกให้กับนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการ Youth Cosmic Ray Research Program ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการวิจัยระดับนานาชาติ อันจะช่วยปลูกฝังทักษะการคิดวิเคราะห์ และเสริมสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานวิทยาศาสตร์เพื่ออนาคตในการนี้ (อ่านบทความวิจัยภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กับ CREDO Maze ได้ที่ https://doi.org/10.3390/universe10090346)

Cosmic-Ray Extremely Distributed Observatory (CREDO Maze) Project
Cosmic-Ray Extremely Distributed Observatory (CREDO Maze) Project

เครื่องวัดรังสีคอสมิก เป็นอุปกรณ์ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เพื่อตรวจจับและศึกษาปรากฏการณ์รังสีคอสมิก ซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานสูงที่เดินทางมาจากนอกโลก ไม่ว่าจะมาจากดวงอาทิตย์ การระเบิดของดาวฤกษ์ หรือแม้แต่หลุมดำในห้วงอวกาศ เมื่ออนุภาคเหล่านี้เดินทางเข้าสู่บรรยากาศโลก จะชนกับโมเลกุลของอากาศและแตกตัวเป็นฝนอนุภาคจำนวนมากตกลงมาถึงพื้นโลก การมีเครื่องมือในการตรวจวัดจึงทำให้นักวิจัยสามารถเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้ทำความเข้าใจแหล่งกำเนิดและคุณสมบัติของรังสีคอสมิก ตลอดจนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลก

เครื่องวัดรังสีคอสมิกมักประกอบด้วยตัวตรวจจับ เช่น แผ่น Scintillator ซึ่งเป็นวัสดุที่เรืองแสงเมื่อถูกอนุภาคชน หรือ Photomultiplier Tube (PMT) และ SiPM ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้า ก่อนจะส่งต่อเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขยายและบันทึกผลลัพธ์ด้วยซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้นักวิจัยสามารถบันทึกเวลา ความเข้ม และจำนวนอนุภาคที่ตรวจพบได้อย่างแม่นยำ

นอกจากการใช้ประโยชน์ทางวิชาการ เครื่องวัดรังสีคอสมิกยังถูกนำมาใช้ในงานประยุกต์หลากหลาย เช่น การเฝ้าติดตามสภาพอวกาศที่มีผลต่อดาวเทียมและการสื่อสาร หรือการใช้เทคนิค Muon Radiography เพื่อตรวจสอบโครงสร้างภายในภูเขาไฟและพีระมิดโดยไม่ต้องขุดเจาะ ซึ่งเป็นการประยุกต์องค์ความรู้ฟิสิกส์เพื่อสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

ที่สำคัญ การใช้เครื่องตรวจจับรังสีคอสมิกในโครงการเพื่อเยาวชนยังเป็นโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัสการทำงานวิจัยจริง ฝึกการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ และเรียนรู้การทำงานร่วมกับเครือข่ายวิจัยระดับนานาชาติ เช่น โครงการ CREDO ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปทั่วโลกมีส่วนร่วมในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลรังสีคอสมิก จึงนับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ไม่เพียงแต่ช่วยขยายพรมแดนความรู้ทางฟิสิกส์ แต่ยังเป็นประตูสู่การสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนรุ่นใหม่อีกด้วย

Cosmic-Ray Extremely Distributed Observatory (CREDO Maze) Project

กิจกรรม “การวิจัยรังสีคอสมิกสำหรับเยาวชน” จัดขึ้นภายใต้โครงการบริการวิชาการรับใช้สังคมของสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปี 2568 โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ SDG 4: การศึกษาที่เท่าเทียม คุณภาพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน