สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ หนุนโมเดล “เศรษฐกิจสีเขียว” คว้าทุน วช. ชูร้าน “ก๋วยเตี๋ยวเจ้รมณ์” ต้นแบบจัดการขยะยั่งยืนใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช

โครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดนโยบายสาธารณะเศรษฐกิจสีเขียวสำหรับโรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่เทศบาลนคร นครศรีธรรมราช โดยรศ.ดร.มัลลิกา เจริญสุธาสินี รศ.ดร.กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี และ ผศ.ดร.อุทัย คูหาพงศ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปีงบประมาณ 2568 การจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ (การใช้ประโยชน์เชิงนโยบายสาธารณะ) ได้ดำเนินการสำรวจร้านอาหารในพื้นที่เทศบาลนครศรีธรรมราช จำนวน 70 แห่ง

โครงการการจัดการความรู้และถ่ายทอดนโยบายสาธารณะเศรษฐกิจสีเขียวสำหรับโรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่เทศบาลนคร

พบว่า ร้านอาหารก๋วยเตี๋ยวเจ้รมณ์ เป็นตัวอย่างของร้านอาหารชุมชนที่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากแนวคิดง่าย ๆ ว่า “ขยะทุกอย่างจัดการได้ ถ้าแยกให้ถูกตั้งแต่แรก” เจ้าของร้านจึงนำหลักการคัดแยกขยะมาใช้ในทุกขั้นตอนของการทำงาน ตั้งแต่ในครัวไปจนถึงพื้นที่ให้บริการลูกค้า ขยะทุกประเภทถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นไม้จิ้มฟัน ทิชชู่ พลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำไปจัดการต่อได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ปะปนกัน

เศษอาหารที่เหลือจากการประกอบอาหารและจากลูกค้าที่รับประทานไม่หมด จะถูกแยกออกจากขยะทั่วไปและนำไปส่งต่อให้กับผู้เลี้ยงหมูในชุมชน ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปทิ้ง และยังเป็นการสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างร้านอาหารกับชุมชนโดยรอบ ในขณะเดียวกัน เศษผักจากการเตรียมวัตถุดิบจะถูกนำไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อนำกลับมาใช้ในแปลงผักของร้าน เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ภายในร้านเองอย่างเป็นรูปธรรม

พบว่า ร้านอาหารก๋วยเตี๋ยวเจ้รมณ์ เป็นตัวอย่างของร้านอาหารชุมชนที่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากแนวคิดง่าย ๆ ว่า “ขยะทุกอย่างจัดการได้ ถ้าแยกให้ถูกตั้งแต่แรก” เจ้าของร้านจึงนำหลักการคัดแยกขยะมาใช้ในทุกขั้นตอนของการทำงาน ตั้งแต่ในครัวไปจนถึงพื้นที่ให้บริการลูกค้า ขยะทุกประเภทถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นไม้จิ้มฟัน ทิชชู่ พลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำไปจัดการต่อได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ปะปนกัน เศษอาหารที่เหลือจากการประกอบอาหารและจากลูกค้าที่รับประทานไม่หมด จะถูกแยกออกจากขยะทั่วไปและนำไปส่งต่อให้กับผู้เลี้ยงหมูในชุมชน ช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปทิ้ง และยังเป็นการสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างร้านอาหารกับชุมชนโดยรอบ ในขณะเดียวกัน เศษผักจากการเตรียมวัตถุดิบจะถูกนำไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อนำกลับมาใช้ในแปลงผักของร้าน เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ภายในร้านเองอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับขยะรีไซเคิล เช่น ขวดน้ำและภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ร้านมีการรวบรวมและคัดแยกอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปจำหน่าย โดยรายได้ที่ได้จากการขายขยะรีไซเคิลถูกนำมาใช้เป็นสวัสดิการให้กับพนักงานภายในร้าน ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจและทำให้พนักงานทุกคนเห็นคุณค่าและมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะมากยิ่งขึ้น

แนวทางการจัดการขยะของร้านอาหารแห่งนี้ไม่ได้ซับซ้อนหรือใช้งบประมาณสูง แต่เกิดจากความตั้งใจและการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นวิถีการทำงานประจำวันของร้าน ส่งผลให้สามารถลดปริมาณขยะได้จริง ลดต้นทุนบางส่วน และสร้างประโยชน์ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม พนักงาน และชุมชนโดยรอบ รูปแบบการดำเนินงานดังกล่าวจึงสามารถนำไปปรับใช้ได้กับร้านอาหารอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านขนาดเล็กหรือขนาดกลาง และสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบของร้านอาหารที่ดำเนินกิจการควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง