นครศรีธรรมราช – ทีมนักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านนิเวศวิทยาพยากรณ์และการจัดการ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำโดย รศ.ดร.กฤษณะเดช เจริญสุธาสินี หัวหน้าโครงการย่อย พร้อมด้วยคณะผู้วิจัย รศ.ดร.มัลลิกา เจริญสุธาสินี และ ผศ.ดร.อุทัย คูหาพงศ์ เดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการสำรวจความหลากหลายของสายพันธุ์มังคุดในพื้นที่เทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปีงบประมาณ 2569”
เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการแก้ปัญหาผลผลิตมังคุดตกต่ำ และเร่งรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังคุกคามสายพันธุ์ท้องถิ่น
ตอบโจทย์ความยั่งยืนระดับสากล (SDG ข้อที่ 2)
การลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ SDG ข้อที่ 2: การยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน (Zero Hunger) ภายใต้ตัวชี้วัดย่อย 2.5.1 ซึ่งมุ่งเน้นการเก็บรักษาและคุ้มครองทรัพยากรพันธุกรรมพืชสำหรับอาหารและการเกษตรให้อยู่ในสถานอนุรักษ์ทั้งในระยะปานกลางและระยะยาว
วิกฤตมังคุดใต้: ผลผลิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ
จากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกพบว่า สถานการณ์การปลูกมังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
พื้นที่เพาะปลูก: มีพื้นที่ปลูกมังคุดรวมกว่า 94,639 ไร่
ปริมาณผลผลิต: มีผลผลิตเฉลี่ยเพียง 112 กิโลกรัมต่อไร่
ความต่างระดับประเทศ: ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 600 กิโลกรัมต่อไร่ อย่างเห็นได้ชัด
เมื่อประกอบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตและการสูญหายของสายพันธุ์ดั้งเดิม ทีมวิจัยจึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
สร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช สู่ทางออกเศรษฐกิจและเกษตรกร
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน ทีมวิจัยได้จัดทำ ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่ เพื่อรวบรวมและปกป้องพันธุกรรมมังคุดในป่าธรรมชาติ โดยฐานข้อมูลนี้จะมีบทบาทสำคัญดังนี้:
ทำหน้าที่เป็นคลังพันธุกรรมพืชสำหรับคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพและให้ผลผลิตสูง
คัดสรรสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศของพื้นที่
ค้นหาสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน เพื่อนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและการวิจัย
โครงการนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่ไปกับการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว